คำถามจัดฟันที่มักถามบ่อยๆและคำตอบเกี่ยวกับการจัดฟัน

ถาม: การจัดฟันคืออะไร?
ตอบ: การจัดฟันเป็นสาขาหนึ่งทางทันตกรรมที่แยกเฉพาะทางออกมาเพื่อการวินิจฉัย ป้องกันและรักษาความผิดปกติ ิของการขึ้นของฟัน ฟันเก ฟันห่างฟันยื่นให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องสวยงามและมีระบบบดเคี้ยวที่ดีขึ้นรวมทั้งการรักษา โครงสร้างและรูปร่างของใบหน้าส่วนล่าง เช่น หน้าอูม คางยื่น ให้มีโครงสร้างและรูปร่างใบหน้า ส่วนล่างที่ดีและสวยงามขึ้น กว่าเดิม


ถาม:  การจัดฟันสามารถรักษาได้ที่ไหนบ้าง?
ตอบ: คนไข้สามารถรับการรักษาจัดฟันได้ทุกแห่งที่คลินิก โรงพยาบาลเอกชนหรือโรงพยาบาลของรัฐที่มีทันตแพทย์ที่สามารถปฏิบัติงานทางทันตกรรมจัดฟันประจำอยู่
 

ถาม:  คนไข้ต้องถอนฟันก่อนจัดฟันทุกคนหรือไม่?
ตอบ: การที่ทันตแพทย์จัดฟันจะพิจารณาถอนฟัน หรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับ ความผิดปกติของคนไข้แต่ละคนว่าสมควรที่จะต้องถูกถอนฟัน หรือไม่ ถ้าต้องถอนฟันจะต้องถอนกี่ซี่ และซี่ไหนบ้างดังนั้นจึงไม่ใช่ ทุกคนต้องถอนฟันก่อนจัดฟัน โดยจะกรณีไหนบ้างนั้นคนไข้ จะต้องได้รับการตรวจ และวินิจฉัยในสภาพในช่องปากรูปร่าง ใบหน้า โครงสร้างกระดูกใบหน้าจากฟิล์มเอ็กซ์เรย์ แบบหล่อปูนจำลองฟัน โดยทันตแพทย์จัดฟันอย่างละเอียดก่อนการตัดสินใจ
 

ถาม:    อายุเท่าไรจึงเริ่มจัดฟันได้:
ตอบ: คำถามนี้เป็นคำถามที่ทันตแพทย์ ทั่วไปและทันตแพทย์ จัดฟันจะถูกถามมากที่สุด จริง ๆ แล้วไม่มีกำหนดที่แน่นอน ว่าเมื่อไรควรจะเริ่มจัดฟัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิด และความรุนแรงของความผิดปกติ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วอายุที่เหมาะสมที่สุดจะอยู่ระหว่า 10-12 ปี เนื่องจากเป็นช่วงที่เด็กจะมีการเจริญเติบโต เปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง ของใบหน้ามากที่สุด ซึ่งในบางกรณีทันตแพทย์ อาจจำเป็นต้อง ใช้ประโยชน์ ของการเจริญเติบโต ของคนไข้มาช่วยในการรักษา ความผิดปกตินั้น ๆ

 แต่ในบางครั้งก็ต้องจัดฟันเร็วขึ้น เช่น ในเด็กที่มีความเคยชินที่ไม่ดีบางอย่าง เช่น ชอบดูดนิ้ว ลิ้นดุนฟัน แทะเล็บ กัดริมฝีปาก หายใจทางปาก นิสัยเหล่านี้จะมีผลต่อการเรียงตัว ของฟันหรืออาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของโครงสร้างใบหน้าและขากรรไกร
 

ถามคนที่มีอายุมากแล้วจะจัดฟันได้หรือไม่?
ตอบ: โดยที่จริงแล้วการจัดฟันสามารถรักษา ได้เกือบทุกช่วงอายุ แต่การรักษาคนไข้ที่มีอายุมาก (ประมาณ 30 ปีขึ้นไป) มักจะมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น โรคปริทันต์ (โรคมักจะรุนแรงมากขึ้นตามอายุ) ซึ่งจะมีผลต่อการจัดฟันมาก กล่าวคือคนไข้ที่เป็นโรคปริทันต์จะไม่สามารถรักษา ทางทันตกรรมจัดฟัน ได้จนกว่าโรคดังกล่าว จะได้รับการรักษา ให้หายเสียก่อน นอกจากนี้ เมื่อคนไข้มีอายุมากขึ้นก็จะมีอัตราการซ่อมแซม ส่วนที่สึกหรอน้อยกว่า คนที่มีอายุน้อย ซึ่งขบวนการการซ่อมแซม ส่วนที่สึกหรอนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในการเคลือบฟัน โดยการจัดฟัน ดังนั้นจึงอาจกล่าว

สรุปได้ว่า การจัดฟันสามารถรักษา คนที่มีอายุมาก ๆ ได้ แต่คนไข้ต้องมีสุขภาพ ช่องปากที่ดี และระยะเวลาการรักษาจะนานกว่าปกติ ส่วนในรายที่ต้องการกระตุ้น หรือยับยั้งการเจริญเติบโตของขากรรไกรจะทำได้เฉพาะในเด็ก ในผู้ใหญ่ทำไม่ได้

กลับไปหน้าจัดฟันและข้อมูลคลีนิคจัดฟัน นะจ๊ะ
 

ถาม: เครื่องมือจัดฟันมีกี่แบบ?
ตอบ: เครื่องมือจัดฟันแบ่งโดยกลุ่มใหญ่ๆ มี 2 แบบ
 1)
เครื่องมือแบบถอดได้ เครื่องมือชนิดนี้เราสามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ในระหว่างการจัดฟัน      แต่ข้อด้อยของเครื่องมือชนิดนี้คือสามารถแก้ไขความผิดปกติ ของฟันได้จำกัด (ประสิทธิภาพในการจัดฟันมีน้อยกว่าชนิดติดแน่น)
 2)
เครื่องมือแบบติดแน่น          เครื่องมือชนิดนี้เป็นเครื่องมือที่จะยึดแน่นบนตัวฟันโดยตรงไม่สามารถถอดเครื่องมือออกมาทำความสะอาดได้        

 ข้อดีของเครื่องมือชนิดนี้คือประสิทธิภาพในการเคลื่อนฟันและแก้ไขความผิดปกติค่อนข้างจะดีกว่าแบบถอดออกได้ซึ่งมีแบบที่ทำด้วยสแตนเลส และกระเบื้องหรือพลาสติกที่มีสีเหมือนฟัน

ถาม: ต้องจัดฟันนานไหม?
ตอบ: โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 3 ปี แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความยากง่าย ความร่วมมือในการรักษาของแต่ละบุคคล        

 



จัดฟันจำเป็นด้วยหรือ?

 คำถามนี้ทันตแพทย์มักจะถูกถามจากผู้ปกครองของคนไข้หรือตัวคนไข้เอง เป็นประจำระหว่างปรึกษาการจัดฟัน  

ที่เป็นคำตอบที่ตอบได้ยาก โดยจะขออธิบายเป็นข้อ ๆ เพื่อเป็นส่วนช่วยให้ ผู้ปกครอง หรือ ตัวคนไข้เองพิจารณาถึง ความจำเป็นและ ประโยชน์ที่จะได้รับจากการรักษา ทางทันตกรรมจัดฟัน ช่วยให้ทำความสะอาดฟันได้ง่ายขึ้น
        

1)ในกรณีนี้เราจะเห็นได้ชัดเจนในคนไข้ที่มีฟันเกมาก ๆ ซึ่งการทำความสะอาดให้ทั่วถึงทุกตำแหน่ง เป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากหรือ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยและสิ่งนี้เองก็จะเป็นสาเหตุของโรคฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์

ท้ายที่สุดก็จะต้องสูญเสียฟันซี่นั้น ๆ ไป ในกรณีนี้ถ้าคนไข้ที่มีฟันเกได้รับการตรวจ วินิจฉัยและ แก้ไขได้ถูกต้องโดยการดัดฟัน ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องก็จะช่วยให้คนไข้ทำความสะอาดฟันได้ง่ายและทั่วถึงขึ้น

การสูญเสียฟันก่อนกำหนดเนื่องจากฟันเก ก็สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งในปัจจุบัน ทางทันตกรรมจัดฟันก็ถือว่าเป็นทันตกรรม ป้องกันได้อย่างหนึ่ง
 

2) ช่วยให้มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ในสภาวะการณ์ปัจจุบัน ทุก ๆ คนคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการแข่งขันในสังคมสูงมาก         นับตั้งแต่เริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาล จนถึงขั้นจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย และก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นกับการหางานทำ ตามที่เราได้ ศึกษามา         ซึ่งการที่ได้รับการคัดเลือกเข้า ทำงานหรือไม่นั้นจะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบหลายอย่างด้วยกัน เช่น
        
ระดับการศึกษา สาขาวิชา และความสามารถ เป็นต้น แต่มีองค์ประกอบสิ่งหนึ่งที่ไม่อาจปฏิเสธความสำคัญได้ คือ บุคลิกภาพ
        
ของตัวผู้สมัครเอง กล่าวคือในระดับการศึกษาและความสามารถที่เท่า ๆ กัน บุคคลที่มีบุคลิกภาพที่ดีกว่าย่อมมีโอกาสได้รับ
        
การคัดเลือกมากกว่า การมีรอยยิ้มที่สวยงาม ก็จะทำให้เจ้าของรอยยิ้มความมั่นใจในตัวเอง กล้าแสดงออก มีเสน่ห์ทำให้อยู่        ในสภาวะสังคมปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงได้อย่างมีคุณภาพ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง
       
ทันตกรรมจัดฟัน จึงเข้ามามีบทบาทคอยเป็นส่วนหนึ่ง ที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพและคุณภาพของชีวิตนั้น ๆ ให้ดีขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นการ        ลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า(Investment for the future)
 

3) ช่วยให้มีระบบการเคี้ยวที่ดีขึ้น
      
สาเหตุของระบบการบดเคี้ยวที่มีปัญหา ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากฟันมีการซ้อนเกหรือ ขึ้นผิดตำแหน่งซึ่งการรักษาทางทันตกรรม       จัดฟันสามารถช่วยให้ มีระบบการบดเคี้ยวที่ดีขึ้น (เคี้ยวอาหารได้ละเอียดขึ้น) และมีส่วนช่วยเสริมให้มีบุคลิกภาพที่ดีและแข็งแรง
 

4) ช่วยให้มีการออกเสียงพูดได้ถูกต้องและชัดเจน
       
จะพบมากที่คนไข้มีฟันห่าง นอกจากจะทำให้ขาดความมั่นใจ ในตัวเองนอกจากรอยยิ้มที่ไม่สวยงามแล้ว        ยังมีผลต่อการออกเสียงอีกด้วยโดยเฉพาะเสียง ส นอกจากนี้ยังสามารถเห็นได้ชัดเจน ในคนไข้ที่มีลักษณะการสบฟันหน้าแบบสบเปิด        (หมายถึงฟันหน้าบนและล่างสบกันไม่สนิทกัดเส้นก๋วยเตี๋ยวไม่ขาด) กล่าวคือคนไข้จะออกเสียง ส ไม่ชัด        ลิ้นของคนไข้จะยื่นมาอยู่ระหว่างฟันหน้าล่าง
 

5) โรคปวดบริเวณข้อต่อขากรรไกร ลักษณะการสบฟันบางอย่าง เช่น ฟันหน้าล่างคร่อมฟันหน้าบน หรือการสบหน้าฟันแบบเปิด       ในคนไข้บางคนการสบฟันดังกล่าว ข้างต้นเป็นสาเหตุของอาการปวดข้อต่อขากรรไกร ดังนั้นลักษณะการสบฟันที่ปกตินั้น       ถ้าได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธีก็จะสามารถ ป้องกันอาการผิดปกติ ของข้อต่อขากรรไกรได้
 

6) ช่วยลดอัตราการเกิดฟันผุ และเหงือกอักเสบ
      
จากที่กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า ฟันที่เรียงตัวกันเป็นระเบียบ จะช่วยให้การทำความ สะอาดฟันอย่างทั่วถึงเป็นไปได้ ง่ายขึ้น       ซึ่งจะช่วยให้อัตราการเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบลดลง
 

7) ช่วยลดการมีกลิ่นปาก สาเหตุของกลิ่นปาก โดยส่วนใหญ่ เกิดจากเศษอาหาร และคราบจุลินทรีย์ ที่หลงเหลือเนื่องจาก       การแปรงฟันไม่สะอาด เพียงพอโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในฟันที่เรียงตัวไม่เป็นระเบียบ ทำให้เกิดความกังวล ว่าจะมีกลิ่นปาก เป็นที่รังเกียจ       ของคนข้างเคียง การไม่มีกลิ่นปากก็ เป็นการช่วยให้มี ความมั่นใจในตัวเองซึ่งเป็นการเสริมบุคลิกภาพ ได้อีกทางหนึ่งนอกจาก       การมีรอยยิ้มที่สวยงาม
 

8) ช่วยหลีกเลี่ยงการใส่ฟันปลอม
      
การตรวจและวินิจฉัยความผิดปกติ โดยทันตแพทย์เฉพาะทาง สาขาทันตกรรม จัดฟันในบางกรณี จะสามารถช่วยให้ไม่ต้องใส่ฟันปลอม
      
หรือใส่ฟันจำนวนซี่น้อยลงได้ เช่นในกรณีที่ฟันกรามแท้ซี่แรก ต้องถูกถอนออก (โดยส่วนใหญ่มักจะฟันผุจนไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้)        ซึ่งในกรณีนี้เราสามารถจัดฟันโดยการเคลื่อนฟันกรามแท้ ซี่ที่สองมาแทนที่ฟันซี่แรก ที่ถูกถอนออกไปได้ โดยไม่ต้องใส่ฟันปลอม
       
หรือทำรากฟันเทียมซึ่ง มีราคาแพงกว่าเป็นหลายเท่า เป็นต้น
 

9) ช่วยการขึ้นของฟันที่ไม่สามารถขึ้นได้เองตามธรรมชาติโดยการจัดฟัน
        
ในกรณีนี้ มักจะเกิดกับฟันเคี้ยว ที่มีทิศทางที่การขึ้นของฟันที่ไม่ถูกต้อง ที่ทำให้ฟันเคี้ยวฝังคุด อยู่ในกระดูกหรือฟันแท้         ที่ขึ้นตามธรรมชาติไม่เกิดเนื่องเนื่องจากฟันน้ำนม ถูกถอนออกก่อนกำหนด ทำให้ไม่มีเนื้อที่เพียงพอ          สำหรับฟันแท้ที่ฝังอยู่ในกระดูกใต้ฟันน้ำนมซี่นั้น ๆ         ไม่ต้องถูกถอนทิ้งโดยการผ่าออกจากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าการจัดฟันนอกจาก จะช่วยให้มีรอยยิ้มที่สวยงาม         สำหรับผู้พบเห็นแล้วยังช่วย ให้มีสุขภาพช่องปาก ที่ดีอีกด้วยซึ่งถ้าผู้ปกครองหรือคนไข้เองมีความสงสัยก็สามารถ         ขอคำอธิบายเพิ่มเติมได้กับทันตแพทย์จัดฟันใกล้บ้านท่าน

-----------------------------------------------------------------------
 

การดูแลรักษาฟันเพื่อการจัดฟัน

ก่อนจัดฟันต้องตรวจสุขภาพฟันทั้งช่องปาก ถ้ามีฟันผุ ก็ต้องอุดฟันก่อน และขูดหินปูนเคลือบฟลูออไรด์ และเคลือบร่องฟันที่มีหลุมลึกเพื่อป้องกันฟันผุ
ขณะจัดฟัน ใน2--3 ปี คนไข้ต้องได้รับการขูดหินปูน เคลือบร่องฟัน พร้อมเคลือบฟลูออไรด์ทุก 3 - 6 เดือน และทันตแพทย์จะตรวจฟันให้คนไข้ตลอดว่ามีฟันผุเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้ามีจะได้ทำการรักษาได้ทันที
หลังจัดฟันเสร็จเรียบร้อย คนไข้จะต้องมาพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อตรวจสุขภาพฟัน และใส่ retainer (พลาสติกยึดฟันหลังการรักษา) อย่างเคร่งครัด ตามเวลาที่ทันตแพทย์กำหนด



กลับไปหน้าจัดฟันและข้อมูลคลีนิคจัดฟัน นะจ๊ะ